วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552
if
만약에 내가 간다면
내가 다가간다면
넌 어떻게 생각할까
용기낼수 없고
만약에 니가 간다면
니가 떠나간다면
널 어떻게 보내야할지
자꾸 겁이 나는걸
내가 바보 같아서
바라볼수 밖에만 없는건 아마도
외면 할지도모를 니 마음과
또 그래서 더 멀어질사이가 될까봐
정말 바보 같아서
사랑한다 하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에
슬픈 나날들이 두려워서 인가봐
만약에 니가 온다면
니가 다가온다면
난 어떻게 해야만할지
정말 알수 없는걸
내가 바보 같아서
바라볼수 밖에만 없는건 아마도
외면 할지도모를 니 마음과
또 그래서 더 멀어질사이가 될까봐
정말 바보 같아서
사랑한다 하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에
슬픈 나날들이 두려워서 인가봐
내가 바보 같아서
사랑한다 하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에
슬픈 나날들이 두려워서 인가봐
내가 다가간다면
넌 어떻게 생각할까
용기낼수 없고
만약에 니가 간다면
니가 떠나간다면
널 어떻게 보내야할지
자꾸 겁이 나는걸
내가 바보 같아서
바라볼수 밖에만 없는건 아마도
외면 할지도모를 니 마음과
또 그래서 더 멀어질사이가 될까봐
정말 바보 같아서
사랑한다 하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에
슬픈 나날들이 두려워서 인가봐
만약에 니가 온다면
니가 다가온다면
난 어떻게 해야만할지
정말 알수 없는걸
내가 바보 같아서
바라볼수 밖에만 없는건 아마도
외면 할지도모를 니 마음과
또 그래서 더 멀어질사이가 될까봐
정말 바보 같아서
사랑한다 하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에
슬픈 나날들이 두려워서 인가봐
내가 바보 같아서
사랑한다 하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에
슬픈 나날들이 두려워서 인가봐
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
No One Else
전 번이고
다시 태어난대도
그런 사람 또 없을테죠
슬픈 내삶을
따뜻하게 해준
잠 고마운 사람입니다
그런 그댈 위해서
나의 심장쯤이야
얼마든 아파도 줗은데
사랑이란
그 말은 뭇해도
먼 곳에서 이렇게
바라만 보아도
모든 걸 줄수 있어서
사랑할수 있어서
난 슬퍼도 행복합니다
나 태어나
처음 가슴 떨리는
이런 사랑 또 없을 테죠
몰래 감줘 둔
오랜 기억 속의
단 하나의 사랑입니다
그런 그댈 위해서
아픈 눈물쯤이야
얼마든 잠을 수 있는데
사람이란
그 말은 뭇해도
먼 곳에서 이렇게
바라만 보아도
모든 걸 줄수있어서
사랑 할수있어서
난 슬퍼도 해복합니다
아무 것도
바라지 않아도
그대 웃어 준다면
난 행복할 텐데
사랑은 누는 거니까
그저 주는 거니까
난 솔퍼도 행복합니다
다시 태어난대도
그런 사람 또 없을테죠
슬픈 내삶을
따뜻하게 해준
잠 고마운 사람입니다
그런 그댈 위해서
나의 심장쯤이야
얼마든 아파도 줗은데
사랑이란
그 말은 뭇해도
먼 곳에서 이렇게
바라만 보아도
모든 걸 줄수 있어서
사랑할수 있어서
난 슬퍼도 행복합니다
나 태어나
처음 가슴 떨리는
이런 사랑 또 없을 테죠
몰래 감줘 둔
오랜 기억 속의
단 하나의 사랑입니다
그런 그댈 위해서
아픈 눈물쯤이야
얼마든 잠을 수 있는데
사람이란
그 말은 뭇해도
먼 곳에서 이렇게
바라만 보아도
모든 걸 줄수있어서
사랑 할수있어서
난 슬퍼도 해복합니다
아무 것도
바라지 않아도
그대 웃어 준다면
난 행복할 텐데
사랑은 누는 거니까
그저 주는 거니까
난 솔퍼도 행복합니다
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552
사랑해요 그대 지금 듣고 있나요
끝내 우린 스쳐가나봐
기억넘어 서로를 지워야하나요~
내게 사랑이준 깊은상처는
어떻게 견디며 살아야하는지
매일 아픈 그리움속에 가슴텅빈채 살아도
그대를 사랑했던일 그것만은 죽어도 나 후회하지않아요
그대가 보고싶을때 미칠듯 보고싶을때
그저 한번씩 나 이렇게 남모르게 울면되요
잊지 말아요 그대요 잊지 말아요
내가 늘 그대의 곁에 있음을
사랑해요 그대 지금 듣고 있나요
그대 내게 올수 없어도 아직 이별은 아니죠
온길을 돌아 언젠가 내게 돌아오려고 떠나는 길일테니깐
그대가 보고싶을때 미칠듯 보고싶을때
그저 한번씩 나 이렇게 남모르게 울면되요
잊지 말아요 그대요 잊지 말아요
내가 늘 그대의 곁에 있음을
사랑해요 그대 지금 듣고 있나요
언제라도 그댈 기다릴게요
먼저 그대가 날 잊는다해도
사랑하니깐 내가더 사랑하니까
그대 눈물도 외로움도 내가 다가져갈게요
울지말아요 그대여 울지말아요
세상이 그대를 슬프게해도
사랑해요 그대 지금듣고 있나요
기억넘어 서로를 지워야하나요~
내게 사랑이준 깊은상처는
어떻게 견디며 살아야하는지
매일 아픈 그리움속에 가슴텅빈채 살아도
그대를 사랑했던일 그것만은 죽어도 나 후회하지않아요
그대가 보고싶을때 미칠듯 보고싶을때
그저 한번씩 나 이렇게 남모르게 울면되요
잊지 말아요 그대요 잊지 말아요
내가 늘 그대의 곁에 있음을
사랑해요 그대 지금 듣고 있나요
그대 내게 올수 없어도 아직 이별은 아니죠
온길을 돌아 언젠가 내게 돌아오려고 떠나는 길일테니깐
그대가 보고싶을때 미칠듯 보고싶을때
그저 한번씩 나 이렇게 남모르게 울면되요
잊지 말아요 그대요 잊지 말아요
내가 늘 그대의 곁에 있음을
사랑해요 그대 지금 듣고 있나요
언제라도 그댈 기다릴게요
먼저 그대가 날 잊는다해도
사랑하니깐 내가더 사랑하니까
그대 눈물도 외로움도 내가 다가져갈게요
울지말아요 그대여 울지말아요
세상이 그대를 슬프게해도
사랑해요 그대 지금듣고 있나요
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552
พระเจ้าเซจง มหาราช ผู้ประดิษฐ์อักษรเกาหลี ฮันกึล
พระเจ้าเซจง มหาราช
พระเจ้าเซจงมหาราช (พ.ศ. 1940 ถึง พ.ศ. 1993) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โชซอนของเกาหลี
พระอิสริยยศ : พระมหากษัตริย์แห่งเกาหลี
ราชวงศ์ : โชซอน
ครองราชย์ 18 กันยายน พ.ศ. 1961—18 กรกฎาคม พ.ศ. 1993
ระยะครองราชย์ 32 ปี
รัชกาลก่อนหน้า : พระเจ้าแทจง
รัชกาลถัดไป : มุนจง
พระราชสมภพ : 6 พฤษภาคม พ.ศ. 1940
สวรรคต : 18 พฤษภาคม พ.ศ. 1993
(พระชนมายุได้ 53 พรรษา)
พระราชบิดา : พระเจ้าแทจง
พระราชมารดา : พระพันปีวอนกยอง
พระมเหสี : พระมเหสีโซฮยอน
พระราชโอรส/ธิดา พระเจ้ามุนจง,พระเจ้าเซโจ
(พ.ศ. 1961 ถึง พ.ศ. 1993)ทรงเป็นที่รู้จักในการที่ทรงประดิษฐ์อักษรเกาหลีฮันกึล และทรงเป็นหนึ่งในสองกษัตริย์เกาหลีที่มีพระนามเป็นมหาราช (อีกพระองค์คือพระเจ้ากวางแกโตมหาราช แห่งราชวงศ์โกคูรยอ)
Sejong the Great (May 6, 1397 – May 18, 1450, r. 1418 - 1450) was the fourth king of the Joseon Dynasty of Korea. He is best remembered for creating the Korean alphabet Hangul, despite strong opposition from the scholars educated in hanja (Chinese script). Sejong is one of only two Korean rulers posthumously honored with the appellation "the Great," the other being Gwanggaeto the Great of Goguryeo.
최대 해상도입니다.
พระเจ้าเซจงยังทรงดำเนินนโยบายต้านทานผู้รุกรานต่างชาติอีกด้วยโดยพระเจ้าแทจงซึ่งเป็นแทซังวังอยู่นั้นได้แนะนำให้พระเจ้าเซจงส่งอีจองมูไปบุกเกาะซึชิมาที่เป็นแหล่งของโจรสลัดญี่ปุ่น จนพ.ศ. 1962 ตระกูลโซเจ้าครองเกาะซึชิมาได้ยอมจำนนและส่งบรรณาการไปยังฮันซอง และพ.ศ. 1963 เกาะซึชิมาก็ขึ้นตรงต่อมณฑลคยองซังของโชซอนทางเหนือพระเจ้าเซจงก็ทรงก่อตั้ง สี่ป้อมหกปราการ (ซากุนยุกจิน사군육진)เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกแมนจูทางเหนือและในพ.ศ.1976 ทรงส่งคิมจงซอไปบุกขยายอาณาเขตทางเหนือจนโชซอนมีอาณาเขตติดแม่น้ำยาลูราชกิจต่างๆของพระเจ้าเซจงนั้นยังคุณประโยชน์มากมายต่ออาณาจักรโชซอน และรวมไปถึงประเทศเกาหลีทั้งเหนือและใต้ในปัจจุบันด้วยเพราะทรงส่งเสริมวัฒนธรรมเกาหลีทำให้ชาวเกาหลีมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเองในทุกวันนี้และพระสาทิสลักษณ์ของพระองค์ยังปรากฏบนธนบัตร 10,000วอนของเกาหลีใต้เมื่อมเหสีโซฮอนสิ้นพระชนม์พระเจ้าเซจงก็ทรงเศร้าโศกพระทัยจนสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 1993 มีพระเจ้ามุนจง สืบต่อบัลลังก์
ที่มา :http://th.wikipedia.org
วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552
พระเจ้าจองโจ ลีซาน
พระเจ้าจองโจ (정조正祖) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ 22 แห่งอาณาจักรโชซอน ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอาณาจักรโชซอน ทรงสานต่อการปฏิรูปบ้านเมืองจากพระเจ้ายองโจพระอัยกา ทำให้อาณาจักรโชซอนในศตวรรษที่ 18 กลับขึ้นมารุ่งเรืองอีกครั้งอย่างมีเอกลักษณ์ของตนเอง ทรงได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่สนพระทัยในความเป็นอยู่ของราษฏรอย่างมาก ผิดกับกษัตริย์องค์ก่อนๆและทรงฝักใฝ่หาความรู้ต่าง ทรงมีโครงการใหญ่มากที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่ฮวาซอง โดยทรงสร้างป้อมขนาดใหญ่ คือ ป้อมฮวาซอง
ลีซาน ประสูติในพ.ศ. 2295 ณ เคียงชอนจอน พระราชวังชางเกียงกุง เป็นพระโอรสองค์ที่สองขององค์ชายรัชทายาทจังฮอน (องค์ชายซาโด) กับพระชายาเฮคยอง พระเจ้ายองโจพระอัยกาได้แต่งตั้งลีซานเป็นวังเซซุน (พระนัดดารัชทายาท) ตามพระบิดา วังเซซุนทรงมีพระเชษฐาอยู่องค์หนึ่ง ได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาทมาก่อน แต่สิ้นพระชนม์ไปในปีเดียวกับที่ ลีซาน ประสูติปรากฏในภายหลังองค์ชายจังฮอน (องค์ชายซาโด) ทรงมีพระอาการทางพระสติไม่ปกติ ทรงหวาดกลัวสิ่งต่างๆ รอบพระองค์ ทรงทำร้ายร่างกายข้าราชบริพารต่างๆ ทรงสังหารบรรดาซังกุง หมอหลวง เป็นที่หวาดกลัวไปทั่ววัง ทรงถึงกับขนาดใช้ไม้ทุบน้องพระชายาองค์หนึ่งจนถึงแก่ความตาย ในพ.ศ. 2305 ขุนนางฝ่ายโนนนถือ โอกาสถวายฏีกาแก่พระเจ้ายองโจ ให้ทรงลงอาญาองค์ชายจังฮอน องค์ชายจังฮอนทรงพิโรธ หาว่าพวกขุนนางใส่ร้ายป้ายสี จับเอาญาติมิตรของขุนนางเหล่านั้นมาทรมานจนเสียชีวิต จนสนมลียองบินพระมารดาขององค์ชายจังฮอนทนไม่ได้ขอให้พระเจ้ายองโจลงพระอาญา องค์ชายจังฮอน ในพ.ศ. 2305พระเจ้ายองโจมีราชโองการให้จับองค์ชายจังฮอนขังไว้ในกล่องไม้ใส่ข้าวเป็น เวลาเจ็ดวันจึงสิ้นพระชนม์ องค์ชายลีซานและพระชายาถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาททุกประการ
ป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) ตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน ประเทศเกาหลีใต้สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ. 1794 - 1796 โดยพระเจ้าจองโจแห่งราชวงศ์โชซอน เพื่อใช้เป็นที่ประทับและเป็นที่ฝังพระศพขององค์ชายรัชทายาทจังฮอน (องค์ชายซาโด) ที่ถูกพระบิดาคือพระเจ้ายองโจซึ่งเป็นพระอัยกาของพระเจ้าจองโจลงโทษโดยการขังองค์ชายไว้ในถังข้าว ให้อดข้าวอดน้ำพอผ่านไป 7 วันจนสิ้นพระชนม์ภายในถังข้าวป้อมฮวาซองมีพืนที่ถึง 30 ตารางกิโลเมตรโดยตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงโซล (พ.ศ. 2540)
ป้อมฮวาซองได้รับจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2528 ที่เนเปิลส์ ประเทศอิตาลี
ราชวงศ์ โซซอน
รายพระนามกษัตริย์ในราชวงศ์โชซอน
กษัตริย์ลำดับที่ 21 แห่งราชวงศ์โชซอน พระเจ้ายองโจทรงปฏิรูปการปกครองบ้านเมืองหลายประการ และทรงปกครองเพื่อราษฏรอย่างแท้จริง ทรงมักจะออกนอกวังไปสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และจัดตั้งองค์การลับส่วนพระองค์เพื่อตรวจการทำงานของขุนนางทั่วอาณาจักร ทรงถึงกับขนาดห้ามมิให้ใครดื่มสุราในราชอาณาจักรเพราะทรงเห็นว่าเสียเวลาอัน เป็นประโยชน์ ทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ได้รับยกย่องที่สุดแห่งราชวงศ์โชซอน คู่กับพระนัดดา คือ พระเจ้าจองโจ
ราชวงศ์โชซอน (เกาหลี: 조선 , ฮันจา: 朝鮮, MC: Joseon, MR: Chosŏn) หรือบางครั้งจะรู้จักกันในชื่อ ราชวงศ์ลี เป็นราชวงศ์ที่ปกครองคาบสมุทรเกาหลี และเป็นราชวงศ์ปัจจุบันที่ปกครองเกาหลีในระบอบกษัตริย์หรือระบอบราชวงศ์ โดยผ่านยุคสมัยตั้งแต่เริ่มต้นมีอารยธรรมขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี ตั้งแต่ยุคโบราณในสมัยต่างๆมาจนกระทั่งถึงยุคสมัยนี้ ราชวงศ์โชซอน มีอายุกว่า 500 ปี ช่วงเวลาที่ราชวงศ์โชซอนปกครองเกาหลีนั้น ได้สร้างการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มั่นคง ส่งเสริมปรัชญาของลัทธิขงจื้อให้ซึมซาบไปในสังคมเกาหลี และรับวัฒนธรรมจีน เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมเกาหลีรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ในช่วงศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์โชซอนอ่อนแอลงด้วยการรุกรานของญี่ปุ่นและแมนจู ทำให้โชซอนเป็นนโยบายปิดประเทศที่แข็งกร้าว อาณาจักรโชซอนจึงเป็นรู้จักของชาวตะวันตกในนาม อาณาจักรฤๅษี (The Hermit Kingdom) เมื่อสิ้นศตวรรษที่ 18 อาณาจักรโชซอนก็เสื่อมลงด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการแย่งชิงอำนาจ เผชิญทั้งศึกภายนอกและศึกภายใน ใน พ.ศ. 2438 หลังจากที่ญี่ปุ่นชนะสงครามกับจีน ก็ได้บังคับให้โชซอนแยกตัวเป็นเอกราชจากราชวงศ์ชิงในสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ใน พ.ศ. 2440 โชซอนจึงเลื่อนสถานะเป็นจักรวรรดิเกาหลี ที่ไม่เป็นเมืองขึ้นของจีน และจักรวรรดิเกาหลีก็จบลงด้วยการเข้ายึดครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2453 ตามสนธิสัญญาการเข้ายึดครองเกาหลีของญี่ปุ่น
credit บทความ http://th.wikipedia.org
| ลี ซอ-เก | แทโจ | 1935 - 1941 |
| ลี พัง-กวา | จองจง | 1941 - 1943 |
| ลี พัง-วอน | แทจง | 1943 - 1961 |
| ลี โท | เซจงมหาราช | 1961 - 1993 |
| ลี ฮยาง | มุนจง | 1993 - 1995 |
| ลี ฮง-วี | ทันจง | 1995 - 1998 |
| ลี ยู | เซโจ | 1998 - 2011 |
| ลี ควาง | เยจง | 2011 - 2012 |
| ลี ฮยอล | ซองจง | 2012 - 2037 |
| ลี ยุง | องค์ชายยอนซัน | 2037 - 2049 |
| ลี ยอก | จุงจง | 2049 - 2087 |
| ลี โฮ | อินจง | 2087 - 2088 |
| ลี ฮวาน | เมียงจง | 2088 - 2110 |
| ลี ยอน | ซอนโจ | 2110 - 2151 |
| ลี ฮน | องค์ชายควางแฮ | 2151 - 2166 |
| ลี จง | อินโจ | 2166 - 2192 |
| ลี โฮ | ฮโยจง | 2191 - 2202 |
| ลี ยอน | ฮยอนจง | 2202 - 2217 |
| ลี ซุน | ซุกจง | 2217 - 2263 |
| ลี ยุน | คยองจง | 2263 - 2267 |
| ลี คึม | ยองโจ | 2267 - 2319 |
| ลี ซาน | จองโจ | 2319 - 2343 |
| ลี คง | ซุนโจ | 2343 - 2377 |
| ลี ฮวาน | ฮอนจง | 2377 - 2392 |
| ลี พยอน | ชอลจง | 2392 - 2406 |
| ลี เมียง-บก | โกจง | 2406 - 2440 |
พระเจ้ายองโจ
กษัตริย์ลำดับที่ 21 แห่งราชวงศ์โชซอน พระเจ้ายองโจทรงปฏิรูปการปกครองบ้านเมืองหลายประการ และทรงปกครองเพื่อราษฏรอย่างแท้จริง ทรงมักจะออกนอกวังไปสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และจัดตั้งองค์การลับส่วนพระองค์เพื่อตรวจการทำงานของขุนนางทั่วอาณาจักร ทรงถึงกับขนาดห้ามมิให้ใครดื่มสุราในราชอาณาจักรเพราะทรงเห็นว่าเสียเวลาอัน เป็นประโยชน์ ทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ได้รับยกย่องที่สุดแห่งราชวงศ์โชซอน คู่กับพระนัดดา คือ พระเจ้าจองโจ
พระเจ้าเซจงมหาราช
ราชวงศ์โชซอน (เกาหลี: 조선 , ฮันจา: 朝鮮, MC: Joseon, MR: Chosŏn) หรือบางครั้งจะรู้จักกันในชื่อ ราชวงศ์ลี เป็นราชวงศ์ที่ปกครองคาบสมุทรเกาหลี และเป็นราชวงศ์ปัจจุบันที่ปกครองเกาหลีในระบอบกษัตริย์หรือระบอบราชวงศ์ โดยผ่านยุคสมัยตั้งแต่เริ่มต้นมีอารยธรรมขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี ตั้งแต่ยุคโบราณในสมัยต่างๆมาจนกระทั่งถึงยุคสมัยนี้ ราชวงศ์โชซอน มีอายุกว่า 500 ปี ช่วงเวลาที่ราชวงศ์โชซอนปกครองเกาหลีนั้น ได้สร้างการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มั่นคง ส่งเสริมปรัชญาของลัทธิขงจื้อให้ซึมซาบไปในสังคมเกาหลี และรับวัฒนธรรมจีน เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมเกาหลีรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ในช่วงศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์โชซอนอ่อนแอลงด้วยการรุกรานของญี่ปุ่นและแมนจู ทำให้โชซอนเป็นนโยบายปิดประเทศที่แข็งกร้าว อาณาจักรโชซอนจึงเป็นรู้จักของชาวตะวันตกในนาม อาณาจักรฤๅษี (The Hermit Kingdom) เมื่อสิ้นศตวรรษที่ 18 อาณาจักรโชซอนก็เสื่อมลงด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการแย่งชิงอำนาจ เผชิญทั้งศึกภายนอกและศึกภายใน ใน พ.ศ. 2438 หลังจากที่ญี่ปุ่นชนะสงครามกับจีน ก็ได้บังคับให้โชซอนแยกตัวเป็นเอกราชจากราชวงศ์ชิงในสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ใน พ.ศ. 2440 โชซอนจึงเลื่อนสถานะเป็นจักรวรรดิเกาหลี ที่ไม่เป็นเมืองขึ้นของจีน และจักรวรรดิเกาหลีก็จบลงด้วยการเข้ายึดครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2453 ตามสนธิสัญญาการเข้ายึดครองเกาหลีของญี่ปุ่น
credit บทความ http://th.wikipedia.org
พระราชวังเคียงบก
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) อัน เป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์แทโจ เป็นอาคารหลังที่ใหญ่และงดงามที่สุดใน พระราชวัง อาคารหลังดั้งเดิมถูกทำลายไปเมื่อ ปี 1592 โดย การรุกรานของญี่ปุ่น ที่เห็นนี่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1867
ศาลาเคียงฮวยรู
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552
VIEW OF KOREA ON NIGHT
Gangnam Skyline on night
Daegu Skyline on night
Incheon Skyline
Daejeon Skyline
Busan Skyline
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ค้นหาบล็อกนี้
คลังบทความของบล็อก
- กุมภาพันธ์ (1)
- ธันวาคม (5)
- พฤศจิกายน (2)
- ตุลาคม (17)
- กันยายน (3)











































